RSS

KATSUDON (ข้าวหน้าหมู/ไก่ทอด)

สวัสดีวันหยุดค่า เป็นอีกหนึ่งวันที่ว่างเลยเอาเมนูที่หลายคนรอคอยมาแบ่งปัน เผื่อจะได้ทำทานกันเป็นเย็นนี้ เมนูนี้เป็นอาหารประจำฤดู Aki (ฤดูใบไม้ร่วง) ของชาวญี่ปุ่นเค้า เมนูที่ว่านี้ก็คือ คัสสึด้ง นั่นเองจ้า แต่คัสสึด้ง มันจะต้องเป็นหมูทอดใช่มะ แต่เจ๊บัวเป็นมุสลิมเลยขอเปลี่ยนจากหมูเป็นไก่แทนนะคะ ถึงจะเป็นไก่แต่ก็อร่อยนะเออ..ถ้าใครจะทำเป็นเนื้อหมูให้เลือกใช้หมูสันนอก หรือถ้าใครจะทำเป็นไก่ ขอให้ใช้เป็นเนื้อสะโพกเพราะมันอร่อยกว่าเนื้ออก ใครชอบหนังก็ให้เอาหนังไว้ ใครไม่ชอบก็ลอกออกโลด แต่ที่สำคัญต้องเลาะกระดูกออกให้เรียบร้อยด้วยเน้อ มาดูส่วนผสมกันจ้า

ส่วนผสม

เนื้อหมูหรือเนื้อไก่   1 ชิ้น

ไข่  1 ฟองสำหรับชุบทอด อีก 1 ฟองสำหรับใส่ในน้ำราด

แป้งสาลี สำหรับชุบชิ้นหมูหรือไก่

เกล็ดขนมปังสำหรับคลุกไก่หรือหมูทอด

น้ำซุปปลาแห้ง 100 ml

พริกไทย นิดหน่อยสำหรับโรยไก่หรือหมู

เกลือนิดหน่อยสำหรับโรยไก่หรือหมู

ซอสคิกโคแมน 20 g

มิริน  10 g

น้ำตาลทราย  10 g

หอมหัวใหญ่หั่นบาง ๆ ¼ หัว

แครอทหั่นเป็นเส้น นิดหน่อย

สาเก  15 g

สาหร่าย (โนริ) ตัดเป็นเส้นสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

  1. หั่นเนื้อหมูให้หนาประมาณครึ่งนิ้ว แล้วทุบให้หมูนุ่ม โรยพริกไทยเกลือ เพื่อแต่งรส (ถ้าใช้ไก่ไม่ต้องทุบนะคะ)
  2. นำหมูหรือไก่มาชุบแป้งสาลี แล้วนำไปชุบไข่ และเกล็ดขนมปังตามลำดับ จากนั้นนำลงทอดในน้ำมันร้อนปานกลาง จนเกล็ดขนมปังเหลืองสวย ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน แล้วสับเป็นชิ้น ๆ พักไว้ค่ะ (น้ำมันต้องเยอะพอท่วมเนื้อสัตว์นะ)
  3. นำน้ำซุปปลาแห้ง ซอสคิกโคแมน มิริน น้ำตาลทรายตั้งไฟพอเดือด จากนั้นใส่หอมใหญ่ แครอท และหมูหรือไก่ทอดลงไป ตั้งให้เดือดอีกครั้งแล้วใส่ไข่ที่ตีรอไว้ราดลงไปรอบ ๆ เนื้อสัตว์ พอเดือด ไข่เริ่มสุก ยกลงราดสาเก แล้วก็นำไปราดข้าวที่เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย (ใครชอบไข่แบบสุก ๆ ก็สามารถตั้งต่อให้ไข่สุกตามที่ต้องการได้นะจ๊ะ) โรยหน้าด้วยสาหร่าย เสริฟได้เลยค้าบบ

เสร็จแว้ววว ไม่ยากใช่ป่าวว ขอบอกว่าทานร้อน ๆ อร่อยสุด ๆ เมนูนี้เด็ก ๆ น่าจะชอบกันนะ เพราะฉะนั้นคุณแม่ท่านใดผ่านมาอ่านอย่าลืมไปทำให้หลาน ๆ ป้าบัวทานด้วยเน้อ วันนี้ไปก่อนละ สวัสดีจ้าา

 
Leave a comment

Posted by on May 2, 2011 in Uncategorized

 

Nimono (ซาบะซอสมิโซะ)

หายไปหลายวันเลย เพราะโรงเรียนเปิดแล้วเลยไม่ค่อยมีเวลามาเขียนบลอคเท่าไหร่ จริง ๆ แล้วเวลาก็พอมีนะ แต่มันเหนื่อยยยยเกินกว่าที่จะทำสิ่งอื่น อาจเป็นเพราะว่าต้องตื่นหกโมงเช้าเกือบทุกวันตะเกียกตะกายขับรถฝ่าการจราจรไปสีลมเพื่อไปให้ทันเรียนตอน 8.30 น. นึกถึงแล้วก็เหนื่อย  เปลี่ยนเรื่องมาคุยเรื่องอาหารที่ติดค้างไว้จากตอนที่แล้วดีกว่า ครั้งที่แล้วบอกว่าสูตรต่อไปจะเป็นซาบะซอสมิโซะ วันนี้มาตามสัญญาแล้วจ้า ง่ายเหมือนเดิม เด็ก ๆ น่าจะชอบทานกันเพราะรสชาติจะออกเค็ม ๆ หวาน ๆ คล้ายๆปลาทูต้มเค็มที่ขายกันตามตลาดน้ำ แต่อันนี้ไม่ต้องเคียวเป็นวันขนาดนั้น แป๊ปเดียวก็ได้ทานแล้ว เนื้อปลาถ้าไม่ชอบซาบะก็เปลี่ยนเป็นปลากะพงหรือปลาเก๋าได้นะ แต่ถ้าใครชอบแซลมอลก็ใช้ได้เหมือนกันแต่ให้เคี่ยวแค่แป๊บเดียวพอเพราะแซลมอนเนื้อค่อนข้างยุ่ยง่ายกว่าปลาชนิดอื่นค่ะ

ส่วนผสม

ปลาซาบะ หั่นเป็นชิ้นเหมือนเสต็ก เลาะก้างออกด้วยนะ   250 g

มิโซะ(เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น)                                                        40 g

น้ำซุปปลาแห้ง                                                  150 g

แครอทหั่นเต๋า                                                      15 g

หอมใหญ่หั่นเต๋า                                                    15 g

ขิงซอยเป็นเส้น                                                        5 g

น้ำตาลทราย                                                         30 g

 สาเก                                                                    15 g

วิธีทำ

–   แล่ปลาเอาก้างออกตัดเป็นชิ้นใหญ่ ล้างให้สะอาดซับให้แห้ง

–   นำน้ำซุปปลาแห้ง เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น ตั้งไฟคนให้เต้าเจี้ยวละลาย ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย พอเดือดใส่แครอทและหอมใหญ่ รอให้เดือดอีกครั้งแล้วใส่ปลาลงไป เอาส่วนที่เป็นหนังขึ้นข้างบนนะ ต้มทิ้งไว้จนปลาสุกและน้ำซุปซึมเข้าเนื้อปลาไม่ต้องกลับด้านปลานะคะ ให้ใช้วิธีตักน้ำซุปขึ้นมาราดปลาบ่อย ๆ  ต้มประมาณสัก 10 – 12 นาที เสร็จเรียบร้อยตักเสริฟ โรยด้วยต้นหอมและขิงซอยจ้า

ง่าย ๆ ไม่เสียเวลาเลย ถือว่าเป็นเมนูสุขภาพสำหรับทุกคนในครอบครัวเลยนะเนี่ย ใครชอบหวานน้อยกว่านี้ลดน้ำตาลได้น๊า ปรุงรสตามใจชอบเลย จิง ๆ ส่วนผสมไม่ต้องเป๊ะ ๆ ตามสูตรหรอก ลองทำแล้วชิมดูเอารสที่เราชอบดีที่สุดค่ะ ครั้งหน้าพบกับเมนู คัสสึด้ง รอกันหน่อยนะค๊า จะรีบลงทันทีทีว่างเลยจ้า บะบายย

 
2 Comments

Posted by on April 29, 2011 in yummy flavour

 

Chawan Mushi (ไข่ตุ๋น^^)

ไข่ตุ๋นมาแว้ววววววว ช่วงนี้ไข่แพงงละเกิ๊นนนน ปาเข้าไปลูกละ 5 บาทแล้ว OMG!!! เมนูนี้นับว่าตอบโจทย์ไข่แพงได้อย่างดีเยี่ยม เพราะไข่ไก่เพียง 3 ฟองสามารถทำไข่ตุ๋นได้ตั้ง 5 ถ้วย (ถ้วยขนาดที่ขายตามร้านอาหารญี่ปุ่นนะคะ) อิ่มกันทั้งบ้านเลยทีเดียว แต่จริง ๆ แล้วควรทำเบิ้ลสูตรไปเลยดีกว่าเพราะเจ๊บัวคนเดียวก็ซัดไป 3 ถ้วยแล้วก็มันอร่อยนี่นา ทำน้อยไม่พอกินไม่รู้ด้วยนะเออ..

ส่วนผสม

น้ำซุปปลาแห้ง(สูตรสอนไปในครั้งที่แล้วแล้วนะคะย้อนกลับไปดูได้) 400 ml

ไข่ไก่ 3 ฟอง

โชยุ 7 g

เกลือ 2 g

สาเก 15 g

 

วิธีทำง๊ายยง่าย

1 ผสมน้ำซุปปลาแห้ง เกลือ โชยุ สาเก คนให้เข้ากันจนเกลือละลายพักไว้

2 ตอกไข่ใส่ถ้วยใช้ตระกร้อมือคนจนไข่ขาวไข่แดงผสมกันเป็นเนื้อเดียว แล้วใส่น้ำซุปลงไปคนผสมจนเข้ากันแล้วกรอง

3 เทใส่ถ้วยที่มีฝาปิด ใส่เนื้อสัตว์หรือผักที่ต้องการลงไปในถ้วย เนื้อสัตว์ต้องต้มให้สุกและซับน้ำให้แห้งก่อนนะ ถ้าไข่ในถ้วยมีฟองอากาศให้ใช้ทิชชู่แบบหนา ๆ ที่ไม่ยุ่ยซับฟองอากาศออกให้หมด นึ่งออกมาหน้าไข่จะได้เนียนสวยเหมือนคนทำนะคะ ปิดฝาถ้วย (แต่ถ้าไม่มีถ้วยที่มีฝาปิดตอนนึ่งให้ใช้ฟรอยปิดถ้วยแทนได้ค่ะ ) นำขึ้นนึ่งในน้ำเดือดจัดจับเวลา 7 นาที พอครบเวลาปิดเตาแล้วทิ้งไข่ไว้ในหม้ออีก 7 นาที ห้ามเปิดฝาแอบดูนะ ครบ 7 นาทีก็เสริฟได้เลยจ้า

**** ถ้าใช้ถ้วยไซส์ใหญ่ต้องเพิ่มเวลาในการนึ่งด้วยนะ แต่ไม่ควรเกิน 10 นาทีจ้าา^^

เรียบร้อยแล้ววววว แค่นี้เราก็จะได้ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน ๆ เด้ง ๆ ลื่นปรื้ดลงคอ ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รวดเร็วทันใจ และเราสามารถผสมไข่ไว้ตอนกลางคืนแล้วแช่เย็นไว้นึ่งตอนเช้าได้นะคะ ส่วนเรื่องรสชาติ ใครชอบเค็มกว่านี้ก็เพิ่มเกลือได้ แต่ไม่แนะนำให้เพิ่มโชยุ เพราะไข่จะดำไม่เหลืองสวยยย หรือถ้าใครชอบรสอ่อนกว่านี้ก็ลดเกลือดีกว่าเพราะเดี๋ยวจะไม่หอมโชยุนะจ๊ะ ครั้งหน้าพบกับซาบะซอสมิโซะน๊า…อย่าลืมติดตามรับรองอร่อยเด็ด!!!

 
4 Comments

Posted by on April 23, 2011 in yummy flavour

 

でおはようございます。(อรุณสวัสดิ์ค่า^^)

             
           
 
ไปเรียนทำอาหารญี่ปุ่นมาจ้าา เลยจะมาเล่าให้ฟังพร้อมแบ่งปันสูตรให้อร่อยกันทั่วหน้าด้วย…มาไงไปไงถึงได้ไปเรียน สงสัยกันป่าวไม่รุ แต่รู้ว่าอยากบอก555 ก็พอดีได้ Voucher เรียนฟรีที่ สถาบันศิลปะการทำอาหารญี่ปุ่น The V school by venturete>>>  http://www.thevschool.com/  มาจากการไปถ่ายทำรายการ@5 diary เดี๋ยวเรื่องถ่ายทำรายการจะมาเล่าให้ฟังอีกทีนะว่าอะไรยังไง ก็เลยไปเรียนเพราะหลักสูตรน่าสนใจ  ใช้เวลาเรียนแค่ช่วงเช้า 4 วันเอง หลักสูตรที่ไปเรียนเป็นการทำอาหารญี่ปุ่นเบื้องต้น 4 ฤดู มี Haru (ฤดูใบไม้ผลิ) Fuyu (ฤดูหนาว) Natsu (ฤดูร้อน) และ Aki (ฤดูใบไม้ร่วง) แต่ละฤดูก็จะมีอาหารประมาณ 3 – 4 เมนู คุ้มมาก ๆ เพราะที่ได้เรียนมา เกือบทั้งหมดเป็นของที่เราชอบสั่งเวลาไปทานอาหารญี่ปุ่น ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องไปซื้อกินแพง ๆ แล้ว ทำเองก็ได้ ง่ายยยยยยยยยยจริง ๆ ไม่ได้โม้
 
 
                                                                                  เชฟบีผู้สอนน่ารักมากมายยย
                                                                             
บรรยากาศในห้องเรียน
 
 
ส่วนผสมหลักจากขวาไปซ้าย โชยุ มิริน และสาเก

 เครื่องปรุงหลักของอาหารญี่ปุ่นมีแค่สามสี่อย่างเท่านั้น คือ โชยุ มิริน (เหล้าหวาน) สาเก และดาชิ (น้ำซุปปลาแห้ง) อันนี้เฉพาะในเมนูทั้งหมดประมาณ 15 เมนูที่เราเจ๊ได้เรียนมานะ นอกเหนือจากนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ55  เดี๋ยววันนี้จะสอนทำดาชิ หรือน้ำซุปปลาแห้งก่อน เชฟที่สอนบอกว่าเป็นหัวใจของอาหารญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ใช้ในเกือบทุกเมนูเลย น้ำซุปปลาแห้งสามารถต้มทีละเยอะ ๆ แล้วแบ่งเป็นถุง ๆ แช่ฟรีซไว้ได้นะ จะใช้แล้วค่อยมาละลายอีกที

ส่วนผสมน้ำซุปปลาแห้ง (ส่วนผสมทุกอย่างสามารถหาซื้อที่ UFM Fuji supermarket)

ปลาแห้งญี่ปุ่น( คัสสิโอะบูชิ)       25 g

น้ำเปล่า                                 2500 g

สาหร่ายคอมบุ                                3 g 

วิธีทำ  

1       ต้มน้ำให้เดือด พอเดือดให้ใส่สาหร่ายคอมบุและปลาแห้งลงไปทิ้งไว้ 5- 10 นาที แล้วยกลงเลยนะ ห้ามต้มนานเกิน 10 นาที เพราะกลิ่นที่หอม ๆ จะเปลี่ยนไปเป็นเหม็นกันเลยทีเดียว

2       นำน้ำซุปมากรองให้ได้แต่น้ำซุปใส ๆ เป็นอันเรียบร้อยเลย ทิ้งให้เย็นแล้วแบ่งเป็นถุง ๆ แช่ฟรีซไว้ได้เลยจ้า

พอได้น้ำซุปปลาแห้งแล้ว เราเริ่มทำเมนูแรกกันดีก่า เป็นเมนูที่เจ๊ชอบกินมากกกกกกกกกกกกก แต่กินทีไรต้องโดนเพื่อนและปรั๋วด่าตลอดว่า กินทำไม ไม่เห็นจะอร่อยเลยบ้างล่ะ ไม่เห็นจะน่ากินเลยบ้างล่ะ สิ้นคิดบ้างล่ะ มีแต่แป้งบ้างล่ะ จนคนกินก็เซ็ง แต่ก็สั่งมากินตลอดนะแม้จะโดนประณามหยามเหยียดแค่ไหน ก็มันชอบนี่หว่า แต่ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปอิเจ๊จะไม่สั่งกินที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแล้ว เบื่อคนบ่น ทำกินเองที่บ้านให้หนำใจดีก่า ยิ่งอากาศร้อน ๆ แบบนี้นะ อร่อยชื่นใจที่ซู้ดดดด

ซารุโซบะ หรือบะหมี่เย็น

ส่วนผสมมีแค่ เส้นโซบะกับน้ำจิ้มโซบะ  ก่อนอื่นก็ต้มเส้นก่อน เลือกเส้นยี่ห้อที่ชอบต้มในน้ำเดือดประมาณ 10 – 15 นาที พอสุกแล้วเอาแช่ในน้ำเย็นรอไว้เลยนะคะ แล้วมาทำน้ำจิ้มโซบะกัน…..

น้ำจิ้มโซบะ ก็ประกอบไปด้วย

น้ำซุปปลาแห้ง  150 g โชยุ(เลือกยี่ห้อที่ชอบเลยค่ะ) 25 g  มิริน 20 g น้ำตาลทราย  5 g เกลือ  3 g สาเก 15 g

วิธีทำก็แค่ใส่ทุกอย่างลงไปในหม้อ ตั้งไฟให้เดือดแล้วยกลง เทสาเกลงไปเป็นอันดับสุดท้าย ห้ามใส่สาเกในขณะที่น้ำจิ้มยังตั้งไฟอยู่นะเพราะความร้อนมาก ๆ จะทำลายความหอมของสาเกไปหมด  รอให้น้ำจิ้มเย็นแล้วแช่ตู้เย็นไว้ เวลาเสริฟก็เอาเส้นที่แช่น้ำเย็นไว้จัดใส่จาน เสริฟคู่กับน้ำจิ้ม ขิงฝน ต้นหอมซอยและวาซาบิ

น้ำจิ้มโซบะสามารถทำเยอะ ๆ แล้วเก็บแช่เย็นไว้ได้นะคะ  จะเห็นว่าการตวงส่วนผสมเค้าจะใช้น้ำหนักเป็นกรัม หลายบ้านอาจจะไม่มีตาชั่ง เดี๋ยวเจ๊จะลองทำที่บ้านแล้วแปลงสูตรเป็นถ้วยตวงหรือช้อนโต๊ะให้นะ รอแป๊ปนึง

ครั้งหน้าจะมาสอนทำไข่ตุ๋นญี่ปุ่นเนื้อเนียน  ใครชอบกินไข่ตุ๋นแล้วสงสัยว่าทำเค้ายังไงเนื้อถึงเนียนอย่างงี้ รออ่านนะจ๊ะ รับรองทำที่บ้านได้เนื้อเนียนเหมือนที่ร้านแหละ เจ๊รับประกัน!!!!

 
3 Comments

Posted by on April 22, 2011 in daily flavour

 

Crêpe Suzette

 

งงตัวเองเล็กน้อยว่าทำไมช่วงนี้ทำแต่ขนมที่ใช้ส้มเป็นส่วนผสมหลัก ตอบไม่ได้เหมือนกันเพราะเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วน ๆ ไม่มีเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น ก็อย่าเพิ่งเบื่อกันแล้วกันเน้ออออ เมนูวันนี้เป็น  Crêpe Suzette ขนมหวานของฝรั่งเศส ขนมที่ดูเหมือนจะหรูหรา เพราะขายกันจานละหลักร้อยในร้านอาหาร แต่จิง ๆ ทำง๊ายย ง่าย ไม่ต้องมีเตาอบก็ทำได้ ใช้กระทะอย่างเดียวเลย ลองทำทานเองที่บ้านเป็นของหวานไฮโซ ๆ เอาใจคุณปู้จายปิดท้ายดินเนอร์มื้อค่ำ โอ้วว….ไม่ไหวจะโรแมนติก!!!

ตัวเครปแปลสูตรมาจากหนังสือญี่ปุ่น สูตรนี้ถูกใจมากมาย (สัดส่วนตามนี้ทอดเครปได้ 4 แผ่น)

ไข่ไก่  1 ฟอง

นมสดจืด  125 g

แป้งอเนกประสงค์  50 g

เกลือ ปลายมีด

ผงฟู 1/8 ชช.

วนิลา 1/8 ชช.

เนยจืดละลาย 10 g

วิธีทำ  ผสม ไข่/นม/เกลือ/วนิลา คนให้เข้ากัน ร่อนแป้งกับผงฟู ลงไปในของเหลว คนให้เข้ากัน ถ้ายังมีแป้งเป็นเม็ด ๆ ให้ใช้กระชอนกรอง เสร็จแล้วใสเนยลงไปคนผสมให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็นประมาณครึ่งชั่วโมง

นำลงทอดในกระทะ พอเริ่มพองตัวตามรูป ก็กลับด้านได้เลยค่ะ พอสุกทั้งสองด้านก็เอาขึ้น พับเป็นสามเหลี่ยมพักไว้

ซอสส้ม

น้ำตาล 2 ชต.

เนย 1 ชต.

น้ำส้ม 180 g

Cointreau หรือ เหล้ารัม 1 ฝา

ผิวส้มซันคิส ครึ่งลูก

เนื้อส้มซันคิส 1 ลูก

ไอศกรีมรสที่ชอบ วันนี้เจ๊ใช้รสชอคโกแลต

วิธีทำ 

–  ขูดผิวส้มก่อน แล้วค่อยปอกส้ม และหั่นส้มเป็นชิ้น ๆ รอไว้

–   ใส่น้ำตาลลงในกระทะ เพื่อทำคาราเมล รอจนน้ำตาลละลายและเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีคาราเมล (ไม่ต้องคนนะคะ)

 

–   เมื่อได้คาราเมลสีที่ต้องการแล้วให้ใส่เนยลงไป (คาราเมลสียิ่งเข้มรสจะยิ่งขมนะคะ) คนให้เข้ากันกะคาราเมล แล้วเติมน้ำส้มลงไป ใส่ผิวส้ม

 

–   ใส่ cointreau แล้วทำ Flambe’ (คือการจุดไฟเพื่อเผาแอลกอฮอล์ในเหล้าที่ใส่ลงไปในขนม) การทำ flambe’ จะง่ายมากถ้าเราใช้เตาแก๊ส เพราะไฟมันจะลามจากเตามาติดอยู่บนกระทะได้เอง  แต่เจ๊อยู่คอนโดต้องใช้เตาไฟฟ้า เลยต้องใช้วิธีเอาไฟจ่อหลังจากที่เทเหล้า cointreau ลงไปแล้ว มันสนุกตรงไฟลุกนี่แหละ เป็นเสน่ห์ของเมนูนี้จิง ๆ เสร็จแล้วก็ราดลงไปบนเครปที่เราจัดจานไว้แล้ว

ใส่เหล้าแล้วจุดไฟ เห็นไฟป่ะ สีฟ้า ๆ ด้านข้างอ่ะจ้าา

–   ตักไอติมรสที่ชอบวางลงไปแล้วเสริฟได้เลยยย

 

ไม่อยากเลยใช่ป่ะล่ะ ลองทำดูเน้อ รับรองอร่อย ถูกใจ สบายกระเป๋า แน่นอนค้าบบบ^^

 
Leave a comment

Posted by on April 16, 2011 in sweet flavour

 

“ Orange cupcake “

 

orange cupcake

เปรี้ยวหวานสดชื่น กับคัพเค้กเนื้อเบา ๆ กับซอสส้มทานคู่กับส้มในน้ำเชื่อม ขอบอกว่าสูตรนี้ทานเพลินลืมอ้วนกันไปเลยค่ะ ด้วยความที่ไม่เลี่ยนไม่มัน เหมาะกะหน้าร้อนอย่างงี้ดีนักแหละ ถ้าใครไม่อยากได้เป็นคัพ ก็สามารถเอา Batter ใส่พิมพ์เค้กแล้วทำเป็นเค้กก้อน ก็ได้ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดค่า ตัวเค้กใช้สูตรเดียวกับ lady lamon cake นะ สูตรนี้อเนกประสงค์จริง ๆ สามารถปรับเปลี่ยนเป็นรสอยากทำได้ง่าย ๆ แค่เพียงเปลี่ยนกลิ่นที่ใส่ลงไป เราก็จะได้เค้กกลิ่นใหม่ตามที่เราต้องการแล้วค่ะ….ครั้งนี้ขออนุญาตใช้รูปเดิมในเมนู lady lemon cake นะคะ^^

 

ส่วนที่1

แป้งเค้ก 55 g

ผงฟู ½ ชช.

ส่วนที่ 2

เนย 55 g

นมข้นจืด 65 ก.

ไข่ไก่ทั้งฟอง 1 ฟอง

ไข่แดง 2 ฟอง

ผิวส้ม 1 ลูก

ส่วนที่3

ไข่ขาว 2 ฟอง

 น้ำตาล 50 ก.

 วิธีทำ

– ร่อนส่วนที่ 1 รวมกันไว้ อุ่นเตาอบ 170 C

– ละลายเนยพออุ่น ใส่ส่วนผสมส่วนที่ 2 ทั้งหมดลงไปคนให้เข้ากัน

ส่วนที่ 1+ ส่วนที่ 2

– ใส่ส่วนที่ 1 ลงในส่วนที่ 2 คนให้เข้ากัน – ตีเมอร์แรง (ส่วนที่ 3) ให้ได้ firm peak ตะล่อมกับข้อ 3 ให้เข้ากัน เทใส่ถ้วยคัพเค้ก เข้าอบ ประมาณ 15นาที หรือจนเค้กสุก พักไว้จนเย็น

ตะล่อมในเมอร์แรง

ได้แบบนี้แล้วเทใส่ถ้วยได้เลยค่ะ

ซอสส้มค่า สูตรนี้ปรับมาจากสูตรเค้กส้มในตำนานอันโด่งดังในเวบพันทิป นะคะ

น้ำส้มสำเร็จรูปที่ใช้อัตราส่วนผสม 1:4 (เลือกยี่ห้อที่ชอบได้เลยนะคะ) 150g

น้ำ 260 g

น้ำตาล 45 g

แป้งกวนไส้ 31 g

เนย 25 g

วิธีทำ น้ำทุกอย่างใส่หม้อยกเว้นเนย ตั้งไฟอ่อน ๆ กวนจนข้น ยกลงใส่เนย คนให้เข้ากัน พร้อมราดหน้าได้เลยค่ะ

แต่งหน้าด้วยส้มแมนดารินในน้ำเชื่อมเป็นอันเสร็จเรียบร้อยยย น่ากินมั๊ยยค๊าาาาาา

ง่าย ๆ ทำไปฝากญาติผู้ใหญ่ในวันครอบครัวนี้ รับรองถูกใจทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่แน่น๊อนนนน

***มีข้อสงสัยใดทิ้งคำถามไว้ได้นะคะ ยินดีตอบทุกคำถามค่ะ^^

 
3 Comments

Posted by on April 11, 2011 in sweet flavour

 

“Lemon lady cake” เปรี้ยวอมหวาน เบาๆ ต้อนรับสงกรานต์จ้า

lady lemon cake

 

เค้กหอมๆ ก้อนนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Martha stewart Living ฉบับ July 2010 ซึ่งสูตรของป้า Martha เค้าจะใช้เนื้อเค้กเป็น Butter แบบแยกไข่ขาว แต่ป้าบัวลองทำดูแล้ว รู้สึกว่าเนื้อเค้กแบบนี้มันไม่เหมาะกะมูสเลมอนเบา ๆ ที่สอดใส้อยู่ตรงกลาง ก็เลยจัดการดัดแปลงสูตร (อีกแล้วครับท่าน) จากเนื้อเค้ก butter แบบนุ่มหนัก เป็น sponge แบบนุ่มเบา ซึ่งจะ sponge  ที่ใช้ในเนื้อเค้กครั้งนี้จะมีวิธีทำเหมือนชิฟฟอนเค้กไม่มีผิด เพียงแค่เปลี่ยนน้ำมันพืชเป็นเนยเท่านั้น เนื้อเค้กที่ได้ออกมาจึงนุ่มเบาประมาณชิฟฟอน แถมด้วยกลิ่นหอมเนยอ่อน ๆ แบบที่ชิฟฟอนไม่มี เริ่ดป่ะล่ะ!!!  

ส่วนตัวใส้เราก็ใช้สูตรเลมอนครีมที่ทำกินอยู่เป็นประจำผสมกับวิปครีมก็จะได้เลมอนไลท์ครีมหอม ๆ เบา ๆ  ลองสูตรของป้าแกแล้ว มันไม่ค่อยถูกปากเจ๊ เลยเอาสูตรที่คุ้นเคยมาใช้ดีก่า  มาดูสูตรกันเลยคับ..

เริ่มที่สปันจ์เลมอนก่อนนะ…..

ส่วนที่1
แป้งเค้ก 55 g

ผงฟู ½ ชช.

ส่วนที่ 2

เนย 55 g

นมข้นจืด 65 ก.
ไข่ไก่ทั้งฟอง 1 ฟอง
ไข่แดง 2 ฟอง
ผิวเลมอน 1 ลูก

ส่วนที่3

ไข่ขาว 2 ฟอง
น้ำตาล 50 ก.

วิธีทำ

–   ร่อนส่วนที่ 1 รวมกันไว้ อุ่นเตาอบ 170 C

–   ละลายเนยพออุ่น ใส่ส่วนผสมส่วนที่ 2 ทั้งหมดลงไปคนให้เข้ากัน

–   ใส่ส่วนที่ 1 ลงในส่วนที่ 2 คนให้เข้ากัน

ส่วนที่ 1+ ส่วนที่ 2

–   ตีเมอร์แรง (ส่วนที่ 3) ให้ได้ firm peak ตะล่อมกับข้อ 3 ให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์ 1 ปอนด์ เข้าอบ ประมาณ 20 นาที หรือจนเค้กสุก พักไว้จนเย็น

เมอร์แรงส่วนที่ 3+( ส่วนผสม 1+2)

จะได้ batter หน้าตาแบบนี้ ใส่พิมพ์เข้าอบโลดดดด

มาต่อกันที่สูตรเลมอนไลท์ครีมนะคะ

น้ำเลมอน 60 g

น้ำตาลไอซิ่ง  100 g

ผิวมะนาว 1 ลูก

ไข่ไก่  2 ฟอง

เจลาติน 2 แผ่น

วิปครีมตีตั้งยอด(1) 100 g

วิปครีมตีตั้งยอดสำหรับแต่งเค้ก (2)150 g

วิธีทำง่ายแสนง่าย

เพียงแค่เอาส่วนผสมทุกอย่างยกเว้นเจลาติน และวิปครีม ใส่ลงไปในหม้อ ตั้งไฟกวนไฟอ่อนจนได้ครีมลักษณะเหมือนน้ำสลัด ยกลงจากเตา ใส่เจลาตินที่แช่น้ำจนนิ่มลงไป คนให้เข้าไป เอาแร๊ปปิดหน้าพักไว้ในตู้เย็นจนเย็นสนิท

ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันเอาขึ้นกวนบนไฟอ่อน ๆ

สุกแล้วจะข้นเหมือนน้ำสลัด พักไว้จนเย็นสนิท

พอทุกเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วก็มาเริ่มประกอบเค้กกันค่ะ

–   สไลด์เค้กเป็นสามชิ้นพักไว้

สไลด์เค้ก เป็นสามชิ้น

–   ตะล่อมตัวเลมอนครีมเข้ากับวิปครีม (1) จนเนียนดี

วิปปิ้งครีมที่ตีได้ที่แล้ว

เลมอนครีมที่เย็นแล้วก่อนใช้ต้องเอามาคนให้เนียนก่อน คนแรก ๆ จะมีลักษณะตามรูป

คนจนเนียนแบบนี้

ตะล่อมกับวิปครีมจนเนียนพร้อมประกอบเค้ก

–   เอาเค้กชิ้นแรกวางลงในห่วงสำหรับทำมูส เลมอนไลท์ครีมลงไปครึ่งนึง วางเค้กชิ้นที่สอง เลมอนไลท์ครีมส่วนที่เหลือลงไป วางเค้กชิ้นที่ 3 พักไว้ในตู้เย็นจน เลมอนไลท์ครีมเซตตัว

–   พอเค้กเซทตัวก็เอาห่วงออก ปาดวิปครีม (2) ตกแต่งตามชอบใจ โรยด้วยผิวเลมอนบนหน้าเค้กเป็นอันเสร็จ

ปาดครีมให้คลุมตัวเค้ก

 
 

โรยผิวมะนาวแต่งหน้า เป็นอันเรียบร้อยจ้าาา

ขอให้อร่อยกันทุกคนนะคะ
*** มีข้อสงสัยตรงไหนทิ้งความถามไว้ได้ค่าา ยินดีตอบทุกคำถามนะ^^

 

 

 

 
5 Comments

Posted by on April 7, 2011 in sweet flavour

 

“Chocolate chips macadamia soft cookie”

“นมอุ่นๆ กะคุกกี้นิ่มเย็น ๆ สักชิ้นก่อนนอน สุขกว่านี้ไม่มีอีกแล้วววววว” ……มั้ง  55 ที่ต้องมั้งเพราะว่าไม่เคยกินนมอุ่น ๆ คู่กะคุกกี้นิ่มเย็น ๆ สักที เพราะว่ากินนมสัตว์ไม่เป็น กินเป็นแต่นมแม่ เลยต้องกินคุกกี้นิ่มเย็น ๆ เดี่ยว ๆ แต่จริงๆ จะกินกะอะไรก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนแหละเนอะ บอกไว้ก่อนเลยว่าสูตรนี้ไม่อร่อยเท่ามิสซิสฟิวอันโด่งดังหรอกเน้อ แต่อร่อยแบบ มิสซิสบัวนี่แหละ ฮี่ฮี่ กว่าจะลงตัวที่สูตรนี้ ก็ทำทิ้งทำขว้างอยู่นานเลย ได้สูตรเดิมมาจากอินเตอร์เนตที่แหละ แต่จำไม่ได้แล้วว่าเป็นสูตรของใคร ด้วยความที่ไม่เคยพอใจสูตรที่ได้มา ไม่ใช่ว่าสูตรเค้าไม่อร่อยนะ แต่มันไม่ถูกปากเจ๊ อร่อยของแต่ละคนก็ต่างกันใช่ป่ะล่ะ  เจ๊ก็เลยลองปรับโน่นลดนี่ จนถูกใจเรามากที่สุด เพราะฉะนั้น ถ้าใครลองทำแล้วรสชาติไม่ถูกใจ ก็ลองปรับได้ตามความชอบของแต่ละคนได้เลย สนุกดีออก  ใครไม่ชอบแมคคาเดเมียจะเปลี่ยนเป็นถั่วอย่างอื่นได้ ไม่ชอบชอคโลตชิพจะเปลี่ยนเป็นไวท์ชอคโกแลตหั่นเป็นชิ้น ๆ ใส่แทนลงไปก็ได้  ใครชอบหวานกว่านี้เติมน้ำตาลเพิ่มได้ ใครชอบหวานน้อยกว่านี้ก็ลดน้ำตาลลงได้ แต่ถ้าใครอยากกินรสเดียวกับเจ๊ก็ทำตามสูตรนี้โลดดดดดดดดดดด

เนยจืด  100 g

น้ำตาลทรายแดง   100 g

ไข่ไก่  1  ฟอง

วนิลา   2  ชช.

แป้งอเนกประสงค์ 200 g

ผงฟู  ½ ชช.

เบคกิ้งโซดา ½ ชช.

เกลือ   ½ ชช.

ชอคโกแลตชิพ 40 g

แมคคาเดเมีย  60 g

วิธีทำง่ายแสนง่าย

–   วอร์มเตาอบไว้ที่ 170 C

–   ร่อนแป้งผงฟู เกลือ เบคกิ้งโซดา พักไว้

–   ตีเนยกับน้ำตาลทรายแดงจนเบาฟู จากนั้นใส่ไข่ลงไป ตีจนเนียนเข้ากัน

เนยกะน้ำตาลทรายแดง เตรียมปั่นจ้าาพอเบาฟูแล้วใส่ไข่ลงไปได้เลย จริง ๆ ควรตีไข่ให้แตกก่อนแล้วค่อย ๆ เทลงไปนะ อันนี้ผิด 55

–   ใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไปทีละครึ่ง ใช้ไม้พายตะล่อมจนเข้ากัน50% แล้วใส่แป้งอีกครึ่งนึงลงไป ตะล่อมจนเนียนเข้ากันดี

เติมแป้งทีละครึ่ง ตะล่อมด้วยพายยาง

–   ใส่ชอคโกแลตชิพ และ แมคคาเดเมียลงไป ตะล่อมให้เข้ากัน ใช้แร๊ปปิดไว้ แล้วพักไว้ในตู้เย็นจนเย็นจัด  ค่อนข้างแข็ง ทำไมต้องแช่ตู้เย็นให้เย็นจัด ก็เพราะว่าถ้าทำเราเสร็จแล้วอบทันที คุ๊กกี้จะละลายจนแบนแต๊ดแต๋ ไม่ได้รูปทรงที่สวยงาม แต่ถ้าเราเอาแช่เย็นให้แข็งหน่อย เวลาอบออกมาจะได้รูปร่างที่สวยงามน่าทานกว่ากันเย๊อะ

ใส่ชอคชิพและแมคคาเดเมีย แต่ในรูปไม่มีแมคคาเดเมีย แอบใส่ไปทีหลังเพราะลืม ฮี่ฮี่

–   เอาออกมาตัดชั่งน้ำหนักชิ้นละ 40-45g ปั้นเป็นก้อนกลม แล้วใช้อุ้งมือกดให้แบนหน่อย เอาเข้าอบประมาณ 10 – 12 นาที ขึ้นอยู่กับเตาอบของแต่ละบ้านนะคะ บ้านใครบ้านมัน เตาใครเตามัน และขึ้นอยู่กับน้ำหนักของคุกกี้แต่ละชิ้นด้วย ถ้าชิ้นเล็กกว่านี้ก็ลดเวลาอบลง แต่ถ้าชิ้นใหญ่กว่านี้ก็เพิ่มเวลาเข้าไป

ปั้นเป็นก้อน กดให้แบนหน่อยอบสุกผึ่งบนตระแกรง พร้อมรับทาน ง่ายจิง ๆ

หน้าตาพอไปวัดไปวาได้

วันนี้อบไปแค่หกชิ้น โดที่เหลือห่อกระดาษไขแช่ฟรีซไว้อบกินวันอื่น

**** dough คุกกี้สามารถแช่ฟรีซไว้ได้ 1 สัปดาห์ ทำล่วงหน้าไว้ก่อนได้ อยากทานเมื่อไหร่ก็แบ่งออกมาอบ จะได้ทานคุกกี้  สดใหม่ อร่อยเหาะ!!!

ใครมีข้อสงสัยอะไรทิ้งคำถามไว้ได้นะคะ ยินดีตอบทุกคำถามค่าาา^^

 
3 Comments

Posted by on April 4, 2011 in sweet flavour

 

ครัวมุสลิม@ทาวน์อินทาวน์

ใครที่เป็นเพื่อนกะเจ๊ใน Facebook คงจะคุ้นชื่อร้านนี้มาก ๆ เพราะเจ๊เช็คอินใน foursquareเกือบทุกวันเลย ก็มันอร่อยจิง ๆ นี่นาเลยมากินได้ทุกวันไม่เบื่อ วันนี้จะเปิดเผยโฉมหน้าร้านนี้ให้ทุกคนได้รู้จักกันนะ

ร้านนี้เป็นร้านขายข้าวแกง มีข้าวหมกไก่ ซุปเนื้อ ซุปไก่ ซุปหางวัว ขายด้วย ไม่รู้จะเชื่อป่าวว่าอาหารร้านนี้อร่อยทุกอย่างจริง ๆ รสมือเค้าดีอ่ะ ใช้วัตถุดิบดีด้วย แกงกะทิก็กะทิเน้น ๆ น้ำไม่ใสโจ๊กเหมือนหลาย ๆ ร้าน  เมนูแนะนำของที่นี่ก็ต้อง ข้าวหมกไก่ ขอบอกว่าอร่อยกว่าร้านดัง ๆ หลายร้านทีเดียว ซุปต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นซุปเนื้อ ซุปไก่ ซุปหางวัว ก็อร่อยทุกอย่าง เป็นซุปแบบแขก หอมเครื่องเทศ แต่ไม่ฉุน โปรตีนในซุปก็จะถูกเคี่ยวจนนุ่มเปื่อยได้ที่ ละลายในปากกันเลยทีเดียว ส่วนเมนูกับข้าว ที่มาแล้วต้องสั่งก็คือ เครื่องในไก่ผัดกระเทียม เด็ดสุดเมนูนี้ อร่อยมากกกกกก เมนูนี้จะมีทุกวันเพราะจะเป็นเมนูขายดีของที่ร้านเลยแหละ

ที่นี่เปิดตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ขายเรื่อยไปจนกว่าของจะหมด สักประมาณ บ่ายสองโมงก็จะไม่เหลืออะไรให้กินแล้ว ถ้ามาร้านนี้ Recommend ข้าวหมกไก่ ซุปเนื้อ ซุปหางวัว หรือซุปไก่ แกงไก่ใส่หน่อไม้ และ เครื่องในไก่ทอดกระเทียม ถ้าใครมากินแล้วไม่อร่อยโทรหาเจ๊ เจ๊จะไปจ่ายตังให้กินฟรียกโต๊ะเลย!!!!

ร้านครัวมุสลิม ตั้งอยู่บนถนนศรีวรา ระหว่างโรงเรียนอุดมศึกษากับโรงเรียนบดินทร์เดชา ถ้ามุ่งหน้าไปบดินทร์ร้านจะอยู่ขวามือ แต่ถ้ามุ่งหน้าไปโรงเรียนอุดมศึกษาร้านจะอยู่ซ้ายมือนะคะ ปกติร้านจะเปิดจันทร์ถึงศุกร์ ปิดเสาร์อาทิตย์ แต่ถ้าจะให้ดีโทรเช็คก่อนดีก่า เพราะบางทีเค้าก็ปิดแบบไม่บอกไม่กล่าวเหมือนกัน เด๋วจะมาเสียเที่ยวนะ

 
3 Comments

Posted by on April 2, 2011 in yummy flavour

 

สวย อร่อย สุขภาพดี กับ Eponges ฮี่ฮี่

ขอเปิด category sweet flavour  ด้วยขนมที่กินแล้วสวยยยยยยย ทั้งร่างกายและหัวใจ จริงจริ๊งงงง กินแล้วสวย สวยยังไงติดตามต่อจากนี้ได้เลยค่ะ

ขนมนี้มีชื่อว่า E’ponges ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Sponges  ด้วยลักษณะที่เหมือนฟองน้ำของมันละมั้งเค้าถึงได้ตั้งชื่อแบบนี้  E’ponges เป็นขนมสัญชาติฝรั่งเศส ประเภท petits-fours moelleux  >> ขนมชิ้นเล็ก ๆ นุ่ม ๆ ทานคู่กับน้ำชา บัวว่าทานเป็นของว่างเวลาอยากกินจุบกินจิบแทนพวกขนมก๊อบแก๊บจะเวิร์คมอร์ที่สุด ส่วนผสมก็ง่าย ๆ ไม่กี่อย่าง ยิ่งบ้านไหนทำขนมอยู่แล้ว มีไข่ขาวเหลือเยอะ ๆ ขนมนี้เป็นทางออกที่ดีมากในการกำจัดไข่ขาวเลยแหละ มาดูส่วนผสมกันเลยฮับ  สูตรนี้จะบีบขนมได้ประมาณ 1 ถาด ไซส์16×11.5 นิ้ว และถ้าใครชอบหวานก็สามารถเพิ่มน้ำตาลจากสูตรอีกได้นะคะ เพราะสูตรนี้จะหวานน้อย

ไข่ขาว 120 กรัม

น้ำตาลทราย 35 กรัม

อัลมอนด์ผง 55 กรัม

ไอซิ่ง 30 กรัม

แป้งอเนกประสงค์ 32 กรัม

กลิ่นวนิลานิดหน่อย

วิธีทำ        1  ร่อนแป้งและน้ำตาลไอซิ่งลงในอ่างผสมใส่ผงอัลมอนด์ลงไปใช้ตะกร้อคนให้เข้ากันพักไว้

แป้งอเนกประสงค์ ผงอัลมอลด์ และน้ำตาลไอซิ่งผสมรวมกัน

2  ตีไข่ขาวเป็นฟองหยาบ ๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไปครึ่งนึง ตีต่อจนเป็น soft peak ใส่น้ำตาลอีกครึ่งนึงลงไป ตีต่อจนได้  firm peak *

ฟองหยาบเหมือนแฟ้บ ใส่น้ำตาลส่วนแรกลง

soft peak ใส่น้ำตาลส่วนที่สองลงไป

firm peak แบบนี้แหละใช้ได้

*การตีไข่ขาวแบ่งเป็น 3 level คือ soft peak / firm peak / stiff peak  ดูรูปตามเลยจะเข้าใจแจ่มแจ้ง ครั้งนี้ไม่มีภาพ stiff peak มาให้ดูนะ จำไว้ว่าถ้าตีเลย firm peak ไป ลักษณะของไข่ขาวจะแข็งจับเป็นก้อน ยอดจะไม่โค้งงอเวลายกหัวตีขึ้นมา ที่สำคัญถ้าตีไปถึง stiff peak จะผสมยากและใช้เวลานาน ฟองของไข่ขาวจะยุบ ขนมจะไม่ฟูนะคะ เพราะฉะนั้นระวังให้ดีอย่าตีให้เลย level ที่เราต้องการ ฝึกบ่อย ๆ จะรู้ได้ด้วยตัวเองว่าได้หรือยัง  และข้อควรระวังในการตีไข่ขาวคือ เวลาแยกไข่ขาว ห้ามมีไข่แดงตกลงไปเด็ดขาดนิดนึงก็ไม่ได้ โถตี และหัวตีต้องล้างให้สะอาดอย่าให้มีความมันหลงเหลืออยู่เพราะไข่ขาวไม่ถูกกะไขมันอย่างแรง ถ้ามีไขมันผสมอยู่แม้แต่เพียงนิดเดียวมันจะงอน ไม่ยอมฟูตีให้ตายก็เป็นน้ำเหมือนเดิม จำไว้นะเด็ก ๆ

3  เอาส่วนผสมข้อ 1 เทลงไปในส่วนของไข่ขาวครึ่งนึงก่อน ใช้พายยางตะล่อมให้เข้ากันประมาณ 50 % หมายความว่าเข้ากันแต่ยังเหลือผงแป้งผงอัลมอนด์อยู่ ใส่ส่วนผสมที่เหลือลงไปให้หมด พร้อมเหยาะวนิลาลงไปนิดหน่อย ตะล่อมจนเข้ากัน หมดผงอัลมอนด์แล้วหยุดเลยนะ ไม่ต้องตะล่อมจนเนียนเพราะมันจะไม่เนียน จะดูเนื้อหยาบ ๆ หน่อย นั่นล่ะถูกต้องแล้ว ถ้าตะล่อมต่อฟองไข่ขาวจะแตกหมด ขนมไม่ฟูไม่รู้ด้วย

ตะล่อมสัก 50% ยังเหลือผงแป้งอยู่เห็นป่าวเข้ากันดีแล้ว พร้อมบีบจ้าา

4  ตักส่วนผสมใส่ถุงบีบ ใช้หัวบีบเบอร์อะไรก็ได้ที่มีอยู่อ่ะ บีบลงถาดที่รองกระดาษไว้ ไม่ต้องทาไขมันใด ๆ นะคะ เพราะไข่ขาวจะไม่ถูกกะไขมันบอกหลายครั้งแล้วจำได้มั้ยเนี่ย  โรยอัลมอนด์สไลด์ และน้ำตาลไอซิ่ง เข้าอบไฟ 170 c ประมาณ 15 – 20 นาที  เวลาจะไม่ตายตัวขึ้นอยู่กับเตาอบของแต่ละบ้านนะคะ ใช้ดูสีเอาดีที่สุด อย่าลืมกลับถาดด้วยช่วงกลาง ๆ ของการอบ สีจะได้สวยสม่ำเสมอ อย่าลืมอุ่นเตาอบรอไว้ก่อนด้วยนะคะ

พร้อมอบ

5 อบสุกแกะออกจากกระดาษ รอให้อุ่นหน่อยค่อยแกะนะ อย่าแกะตอนร้อนมันจะแกะยาก พักไว้ให้เย็น พอเย็นแล้วเอาแยมราสเบอร์รี่ทา(จิง ๆ ใช้แยมรสที่เราชอบได้เลยนะ ไม่จำเป็นต้องเป็นราสเบอร์รี่หรอก) แล้วหาคู่ที่ไซส์ใกล้เคียงกันประกบ จะได้ขนมอร่อย ๆ ไว้กินยามหิวตอนบ่าย ๆ หรือกินเป็นมื้อเช้าก็ได้ไม่ว่ากันจ้า

วันนี้บัวทำเป็นสองแบบนะคือแบบสอดใส้แยมราสเบอร์รี่ กับแอบแบ่ง batter ออกมานิดนึงแล้วใส่ผงชาเอิร์ลเกรย์ลงไปก่อนอบ ก็จะได้ Eponges รสชาเอิร์ลเกรย์กินเป็นชิ้นเดี่ยว หอมชาทีสุดอ่ะ อร่อยย ๆๆๆๆ อ้อ…ลืมบอกไป เรื่องแยมราสเบอร์รี่ลองชิมดู ถ้ามันหวานมาก ก็ให้ผสมน้ำมะนาวลงไปสักหน่อยรสชาติจะกลมกล่อมขึ้นนะ แต่ถ้าจะได้ดีเลือกแบบที่น้ำตาลน้อยหวานน้อยจะดีมากจะได้ไม่อ้วนนะคะ

สอดใส้แยมราสเบอร์รี่

รสชาเอิร์ลเกรย์

ทีนี้จะเฉลยแระว่ากินแล้วสวยทั้งร่างกายและหัวใจได้ยังงัย ก็ดูจากส่วนผสมสิคะ ไม่มีไขมันเลวเลย ไม่มีไข่แดง น้ำตาลน้อย แป้งน้อยมาก และอุดมไปด้วยไขมันที่ดีจากอัลมอนด์ ซึ่งดีต่อหัวใจมาก ๆ  อัลมอนด์ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามินบี วิตามินอี และโอเมก้า 3 ซึ่งจำเป็นสำหรับการเสริมสร้างเซลล์ที่สึกหรอของผิวหนัง เส้นผม ทั้งยังช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัย รวมทั้งไฟเบอร์ที่ได้จากอัลมอนด์ยังช่วยลดการเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย เป็นงัยล่ะ ไม่กินไม่ได้แล้วชิมิล่า^^

 
5 Comments

Posted by on March 25, 2011 in sweet flavour